วิธีทาครีมบำรุงรอบดวงตาอย่างถูกต้องเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
By Clinically-Effective, Luxurious Skincare & Bodycare | Naturium | Published: 2026-08-06
Category: คู่มือวิธีใช้
เรียนรู้วิธีทาครีมบำรุงรอบดวงตาอย่างถูกต้อง เพื่อให้ใต้ตาดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ค้นพบเทคนิค จังหวะเวลา และเคล็ดลับผลิตภัณฑ์จาก Naturium
ผิวบอบบางรอบดวงตามักเป็นจุดแรกที่แสดงสัญญาณของความเหนื่อยล้า ความเครียด และวัยที่เพิ่มขึ้น แต่หลายคนมักทาครีมบำรุงรอบดวงตาอย่างเร่งรีบ ใช้ปริมาณมากเกินไป ดึงผิว หรือทาผิดขั้นตอน หากคุณสงสัยว่าทำไมครีมบำรุงรอบดวงตาถึงไม่ให้ผลลัพธ์ที่หวังไว้ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวผลิตภัณฑ์ แต่อยู่ที่เทคนิคการทาของคุณเอง
ในคู่มือนี้ เราจะแนะนำวิธีทาครีมบำรุงรอบดวงตาที่ถูกต้องเพื่อการซึมซาบและประสิทธิภาพสูงสุด คุณจะได้เรียนรู้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทา ปริมาณที่ควรใช้ และการเคลื่อนไหวอย่างเบามือที่ช่วยป้องกันริ้วรอยแทนที่จะทำให้เกิดริ้วรอย นอกจากนี้ เราจะแนะนำสูตรครีมบำรุงรอบดวงตาที่เราชื่นชอบเพื่อยกระดับการดูแลใต้ดวงตาของคุณ
ทำไมเทคนิคการทาครีมบำรุงรอบดวงตาจึงสำคัญ
ผิวรอบดวงตาบางกว่าผิวส่วนอื่นของใบหน้าประมาณ 10 เท่า และมีต่อมน้ำมันน้อยกว่า ทำให้มีแนวโน้มที่จะแห้งและระคายเคืองได้ง่าย การถูหรือดึงอย่างรุนแรงสามารถทำลายบริเวณที่บอบบางนี้ นำไปสู่ริ้วรอยก่อนวัยและผิวหย่อนคล้อย การทาอย่างถูกวิธีไม่เพียงแต่ช่วยให้ส่วนผสมออกฤทธิ์ซึมซาบได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยปกป้องผิวจากความเครียดเชิงกลอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ลำดับการทาครีมบำรุงรอบดวงตาในขั้นตอนการดูแลผิวส่งผลต่อประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ หากคุณทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อหนักก่อนครีมบำรุงรอบดวงตา ครีมบำรุงรอบดวงตาอาจซึมซาบได้ไม่ดี ในทางกลับกัน การทาครีมบำรุงรอบดวงตาเร็วเกินไปอาจทำให้ครีมไหลหรือเป็นขุย การเข้าใจลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องเป็นกุญแจสำคัญในการใช้ผลิตภัณฑ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- ทาครีมบำรุงรอบดวงตาหลังการทำความสะอาดและโทนเนอร์เสมอ แต่ก่อนมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อหนักหรือน้ำมัน
- ใช้ปริมาณเท่าเมล็ดถั่วต่อดวงตา—มากกว่าไม่ได้ดีกว่า
- แตะเบาๆ อย่าถู เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและลดอาการบวม
วิธีทาครีมบำรุงรอบดวงตาที่ถูกต้องทีละขั้นตอน
เริ่มต้นด้วยใบหน้าที่สะอาดและแห้ง หลังทำความสะอาด รอสักครู่เพื่อให้ผิวแห้งสนิท เนื่องจากน้ำสามารถเจือจางครีมบำรุงรอบดวงตาและลดประสิทธิภาพลงได้ บีบครีมปริมาณเท่าเมล็ดถั่วลงบนนิ้วนาง—นิ้วนี้ให้แรงกดน้อยที่สุด จึงเหมาะสำหรับบริเวณรอบดวงตาที่บอบบาง
แต้มครีมตามแนวกระดูกเบ้าตา เริ่มจากหัวตา ไล่ไปตามใต้ดวงตา และขึ้นไปจนถึงแนวคิ้ว หลีกเลี่ยงการทาผลิตภัณฑ์ใกล้แนวขนตามากเกินไป เพราะอาจไหลเข้าตาและทำให้ระคายเคืองได้ จากนั้น ใช้การแตะเบาๆ นวดผลิตภัณฑ์ลงสู่ผิวจนซึมซาบเต็มที่ ห้ามถูหรือดึงเด็ดขาด
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดอาการบวม คุณสามารถใช้หยกโรลเลอร์เย็นหรือช้อนแช่เย็นนวดเบาๆ บริเวณนั้นหลังทาครีม วิธีนี้ช่วยลดการคั่งของของเหลวและเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ทำให้ใต้ดวงตาดูสดชื่นและตื่นตัวมากขึ้น
- ใช้นิ้วนางในการทา—เนื่องจากให้แรงกดน้อยที่สุด
- แตะในทิศทางออกจากหัวตาไปยังหางตา
- ปล่อยให้ครีมบำรุงรอบดวงตาซึมซาบอย่างน้อย 60 วินาทีก่อนแต่งหน้าหรือทาผลิตภัณฑ์อื่นๆ
ควรทาครีมบำรุงรอบดวงตาเมื่อใดและบ่อยแค่ไหน?
เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรทาครีมบำรุงรอบดวงตาวันละสองครั้ง—ในตอนเช้าและตอนกลางคืน ในตอนเช้า เลือกสูตรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระหรือคาเฟอีนเพื่อลดอาการบวมและปกป้องผิวจากมลภาวะ ในตอนกลางคืน เลือกสูตรที่เข้มข้นและบำรุงมากกว่า ซึ่งช่วยซ่อมแซมผิวระหว่างการนอนหลับ
หากคุณใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของเรตินอล ให้เริ่มจากการทาทุกคืนเว้นคืนเพื่อให้ผิวปรับตัวได้ แล้วค่อยๆ เพิ่มความถี่ เรตินอลอาจทำให้ระคายเคืองได้หากใช้บ่อยเกินไป โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาที่บอบบาง ตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เสมอเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นและลดความแห้งกร้านที่อาจเกิดขึ้น
- ตอนเช้า: ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาสูตรบางเบาที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระใต้ครีมกันแดด
- ตอนเย็น: ใช้สูตรที่เข้มข้นและฟื้นฟูเพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมในเวลากลางคืน
- หากใช้เรตินอล ให้เริ่มด้วย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์และเพิ่มขึ้นทีละน้อย
ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ควรหลีกเลี่ยงในการทาครีมบำรุงรอบดวงตา
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการใช้ผลิตภัณฑ์มากเกินไป ปริมาณเท่าเมล็ดถั่วต่อดวงตาก็เพียงพอแล้ว การใช้มากกว่านั้นไม่ได้เพิ่มประโยชน์และอาจนำไปสู่สิวเม็ดขาว (milia)—ตุ่มขาวแข็งเล็กๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อผลิตภัณฑ์อุดตันรูขุมขน ข้อผิดพลาดอีกอย่างคือการทาครีมบำรุงรอบดวงตาใกล้แนวขนตามากเกินไป ซึ่งอาจทำให้ระคายเคืองและตาพร่ามัวได้
การข้ามครีมบำรุงรอบดวงตาไปเลยก็เป็นความผิดพลาดเช่นกัน โดยเฉพาะหากคุณกังวลเรื่องริ้วรอยและรอยย่น บริเวณใต้ดวงตามักเป็นจุดแรกที่แสดงสัญญาณของวัย และครีมบำรุงรอบดวงตาโดยเฉพาะที่มีเปปไทด์ เรตินอล หรือกรดไฮยาลูโรนิกสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมีนัยสำคัญ สุดท้าย อย่าลืมทาผลิตภัณฑ์延伸到แนวคิ้วและหางตา ซึ่งเป็นจุดที่เกิดริ้วรอยตีนกาบ่อยๆ
- หลีกเลี่ยงการทาครีมบำรุงรอบดวงตาบนเปลือกตาโดยตรง เว้นแต่ฉลากจะระบุว่าปลอดภัย
- อย่าขยี้ตา—การแตะดีกว่าเสมอ
- เก็บครีมบำรุงรอบดวงตาในที่เย็นและมืดเพื่อรักษาส่วนผสมที่ออกฤทธิ์
การเลือกครีมบำรุงรอบดวงตาที่เหมาะกับปัญหาของคุณ
ครีมบำรุงรอบดวงตาไม่เหมือนกันทั้งหมด หากคุณต้องการลดริ้วรอยและรอยย่น มองหาสูตรที่มีเรตินอล เปปไทด์ หรือบาคูชิออล สำหรับรอยคล้ำ ส่วนผสมอย่างวิตามินซี ไนอาซินาไมด์ และคาเฟอีนสามารถช่วยให้กระจ่างใสและหดหลอดเลือดได้ สำหรับอาการบวม อุปกรณ์ทาแบบเย็นและคาเฟอีนคือเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณ
ที่ Naturium เรามีผลิตภัณฑ์ดูแลรอบดวงตาหลายสูตรเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน สำหรับตัวเลือกที่ช่วยได้หลายอย่างที่ทำให้ริ้วรอยเรียบเนียนและผิวกระจ่างใส ผลิตภัณฑ์ Retinaldehyde Cream Serum 0.15% เป็นตัวเลือกที่ทรงพลังแต่อ่อนโยน หากคุณชอบสูตรที่ให้ความชุ่มชื้นและอุดมด้วยเปปไทด์ ผลิตภัณฑ์ Intense Overnight Sleeping Cream สามารถใช้รอบดวงตาเพื่อบำรุงอย่างล้ำลึก และสำหรับการเติมความสดชื่นอย่างรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์ Phyto-Glow Lip Balm Midnight เหมาะสำหรับริมฝีปาก แต่สำหรับดวงตา ให้พิจารณาครีมบำรุงรอบดวงตาโดยเฉพาะเช่นที่เรามีให้
- เรตินอลหรือเรตินัลดีไฮด์สำหรับริ้วรอยและรอยย่น
- วิตามินซีหรือไนอาซินาไมด์สำหรับรอยคล้ำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ
- กรดไฮยาลูโรนิกหรือเปปไทด์เพื่อความชุ่มชื้นและความอวบอิ่ม
การฝึกฝนเทคนิคการทาที่ถูกต้องสามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ของครีมบำรุงรอบดวงตาของคุณได้ อย่าลืมทาอย่างเบามือ ใช้ปริมาณที่เหมาะสม และทาอย่างสม่ำเสมอ สำรวจผลิตภัณฑ์ดูแลรอบดวงตาที่ตรงจุดของ Naturium เพื่อแก้ปัญหาที่คุณกังวลโดยเฉพาะ และเผยให้เห็นบริเวณรอบดวงตาที่สดใสและดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น


